adsbygoogle

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

เลขศาสตร์ทะเบียนรถ

ความรู้เรื่องเลขศาสตร์ทะเบียนรถ

ตามตำราเลขศาสตร์ ตัวเลขต่างๆเป็นตัวแทนดาวพระเคราะห์ และดาวพระเคราะห์แต่ละดวงก็จะส่งผลดี-ผลร้าย แก่เจ้าของชะตาแตกต่างกัน สำหรับดาวพราะเคราะห์แทนตัวเลขต่างๆ มีดังนี้
1 - อาทิตย์ , 2 - จันทร์ , 3 - อังคาร , 4 - พุธ , 5 - พฤหัส , 6 - ศุกร์ , 7 - เสาร์ , 8 - ราหู , 9 - พระเกตุ และ 0 - มฤตยู

ตำราส่วนใหญ่ทั้งเลขศาสตร์และโหราศาสตร์เห็นพ้องต้องกันว่า เลข 3 - 7 - 0 เป็นเลขที่ร้าย เลข 3 จะหมายถึง การทะเลาะเบาะแว้ง เลข 7 คือ ความทุกข์ยาก และเลข 0 คือ อุบัติเหตุ และความสูญเสียต่างๆ ในบางตำรามองว่า เลข 8 เป็นเลขที่ร้ายเช่นเดียวกัน เพราะหมายถึง ราหู แต่ก็นับว่าความร้ายแรง ยังเป็นรอง เลข 3 - 7 - 0 อยู่มากทีเดียว

บางตำรากลับเชื่อว่า เลข 8 เป็นเลขแห่งความร่ำรวย เป็นเลขที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ โดยให้นิยามว่าดาวราหู หมายถึง พระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ ผู้มั่งคั่งร่ำรวยไปด้วยอำนาจ และทรัพย์สิน

ตัวเลขที่คนไทยนิยม
1 = อำนาจ บารมี ความเป็นผู้นำ
9 = ความก้าวหน้า
8 = ทำมาค้าขายดี ร่ำรวย (คนจีนชอบมาก)


เลขทะเบียนที่ดีควรจะ อยู่ในกฎเหล่านี้คือ

1. เลขทุกตัวบวกรวมกันแล้วได้ตั้งแต่ 5 ขึ้นไป ยิ่งได้เลข 9 ถือว่าดีมาก เช่น 2223 รวมกัน = 9 เลขคู่หน้าและคู่หลัง บวกรวมกันได้ตั้งแต่ 5 ขึ้นไป ถ้าได้ 9 ถือว่าดีมาก เช่น 8127 คู่แรก 8 + 1 = 9 คู่หลัง 2+7 = 9 ถือว่าก้าวหน้าก้าวหลัง เจริญดี
2. ตัวเลขตัวแรกบวกตัวสุดท้ายได้ 5 ขึ้นไป ถ้าได้ 9 ถือว่าดีมาก เช่น 8181 ถือว่าเป็นเลข ที่ดีมากๆ เพราะเข้าข่าย 2 ประเด็น คือได้ 9 ทุกทิศทาง ถือว่าก้าวหน้า ก้าวหลัง เจริญดี
3. เลขทุกตัวต้องรวมกันแล้วไม่ได้ 13 เพราะถือเป็นเลขมรณะ เช่น 9400 เลขคู่หน้าและคู่หลังรวมกัน ไม่ควรเป็นเลข 13 เพราะถือว่ามรณะ เช่น 9476 คือ 9+4 = 13 และ 7+6 = 13 ถือว่ามรณะทั้งไปหน้าและกลับหลัง
4. เลขตัวแรกและตัวสุดท้ายรวมกันไม่ควรเป็น 13 เพราะถือว่ามรณะ เช่น 4419 คือ 4+9=13 มรณะ ตัวเลขทั้งหมดไม่ควรถูกคร่อมด้วยเลข 1 เพราะเปรียบเหมือนเป็นโลงศพ เช่น 1771 หรือ 1001 หรือ 1641 เป็นต้น
5. ตัวเลขคู่กันไม่ควรเป็นเลข 1 ทั้งคู่ เพราะเปรียบเป็นโลงศพ เช่น 1178 หรือ 4311

ที่มา
 http://astro.meemodel.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96/


 รถ หรือ พาหนะ ในทางโหราศาสตร์ก็คือ บริวารแบบนึง เช่นเดียวกับ ช้างม้าวัวควาย สัตว์สี่เท้า สองเท้า ข้าคน ตามคำทำนายแบบโบราณ ในวิถีชิวิตของบุคคลการทำอะไรมักไม่ได้ทำเองทั้งหมด มักจะให้คนอื่นๆ คนรอบข้าง เพื่อนฝูง ลูกน้อง ลูกหลาน หรือเรียกรวมๆว่า บริวาร ให้ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆเสมอๆ การเลือกบริวาร เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล ให้มีความคล่องตัว เรียกง่ายใช้คล่อง งานมีความราบรื่น ไม่มีปัญหาอุปสรรค สำเร็จตามวัตถุประสงค์ หากเลือกได้ ก็ควรเลือกบริวารที่ถูกโฉลก ตามหลักโหราศาสตร์ เพื่อส่งเสริมเกื้อหนุนผู้ครอบครองหรือผู้ดูแล

สำหรับรถ นอกจาก สีรถถูกโฉลก แล้ว ป้ายทะเบียนซึ่งเป็นเลขประจำตัวหรือชื่อรถ ก็มีความสำคัญ บอกภาพรวมชะตาของรถว่าเป็นอย่างไร เมื่อเอามาใช้ในงานต่างๆนั้นๆ จะดีหรือไม่ มีความคล่องตัวหรือเกิดปัญหาเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับ ผู้ครอบครองหรือผู้ดูแล เลขทะเบียนผลรวมทุกเลขเป็นเลขที่ดี เพียงแต่บางเลขอาจเหมาะสำหรับการบางอย่าง หรือหลายอย่าง พิจารณาเลือกตามอาชีพ ลักษณะใช้งานเป็นหลัก เลือกใช้ตามเหมาะสม เพื่อเกื้อหนุนตามหน้าที่ที่มอบหมาย หรืออาชีพผู้ครอบครอง

เลขทะเบียนรถ ทะเบียนรถมงคล ทะเบียนประมูล สามารถทำนายได้หลายแบบ เช่น หมวดอักษร (รวมตัวเลขหน้าหมวด-ถ้ามี) และตัวเลข 4 หลัก , ทํานายเฉพาะเลขทะเบียน 4 หลักหรือ ทำนายรวมกับตัวเลขหน้าหมวดอักษร , การวิเคราะห์ด้านล่างจะใช้แบบแรกเป็นหลัก รวมวิเคราะห์ตามหลักทักษาปกรณ์ ในลักษณะอักษรถูกโฉลกทักษากับผู้ครอบครอง ผู้ใช้ผู้ขับประจำหรือไม่

วิเคราะห์ ทำนายเลขทะเบียนรถ ที่มีอยู่แล้ว คลิ๊ก ↴
ป้ายประมูล ตามมาตรา 10/1 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2526 ได้บัญญัติให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นำหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการ หรือเป็นที่นิยมออกเปิดประมูล เป็นการทั่วไป ดังนั้นกรมการขนส่งทางบกจึงได้ จัดให้มีการประมูลหมายเลขทะเบียนรถที่เป็นที่ต้องการ หรือเป็นที่นิยมขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13-14 สิงหาคม 2546 ทั้งนี้จัดให้มีการประมูลทั้งในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) และในส่วนภูมิภาค เป็นต้นมา

รายได้ที่ได้จากการประมูลป้ายทะเบียน จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.) เพื่อใช้ในกิจกรรม โครงการต่างๆ เพื่อรักษาชีวิต ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ถือได้ว่าได้ร่วมทำบุญกุศลช่วยเหลือสังคม และชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกทางนึง

ทะเบียนประมูลนอกจากรูปแบบกราฟฟิกสวยงามแล้ว ยังมีความพิเศษ กว่าป้ายทั่วไปคือ เลขทะเบียนรถที่ประมูลได้ เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ประมูล และเป็นมรดกตกทอดยังทายาท เหมือนทรัพย์สินอื่น สามารถโอนย้าย ซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ สามารถเลือกที่จะขายแต่ตัวรถโดยไม่ขายหมายเลขทะเบียนรถได้ ถือลอยได้ ราคาซื้อขายตามแต่จะตกลงกัน

มายโหรา.คอม ได้จัดเตรียมเครื่องมือ เพื่อวิเคราะห์ทำนายป้ายทะเบียน สำหรับผู้สนใจจองป้ายทะเบียน หรือประมูลป้ายทะเบียนโดยเฉพาะ ให้เห็นลักษณะเด่นของเลขแต่ละหมวดแต่ละตัว แบบรวมๆ เพื่อพิจารณาและเลือกเลขทะเบียนได้ง่าย

จองป้ายทะเบียนรถ ตารางจองทะเบียนรถ   จองทะเบียนรถ   เอกสาร   ตรวจสอบคิวจอง

ประมูลป้ายทะเบียนรถ ประมูลเลขทะเบียนรถ   กำหนดการประมูล   เลขทะเบียนประมูลรถเก๋ง   หลักประกันและค่าบริการ

ที่มา
 http://www.myhora.com/%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96.aspx


“5 ขั้นตอนดูเลขทะเบียนรถปลอดภัย หรือ เภทภัย”

ทะเบียนรถเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผูกพันธ์กับผู้ขับรถ (แม้เป็นเจ้าของรถแต่มิได้ขับรถ ก็ไม่มีผล) แค่ตัวเลขทะเบียนรถ เราสามารถบอกได้แล้วว่าอันตราย หรือแคล้วคลาด
ซึ่งข้าพเจ้าขอสรุปวิธีดูได้ 5 ขั้นตอน เพื่อให้หลีกเลี่ยง หรือ แก้ไขเลขที่ใช้อยู่ปัจจุบัน รวมทั้งสีรถที่เหมาะสมดังนี้

***ก่อนมาดูวิธีดูเบอร์ ใครสนใจเรื่องความหมายเลขศาสตร์พื้นฐานของแต่ละเบอร์ 0 – 9 ให้กดที่ลิงค์นี้ครับ http://goo.gl/9k8EpR

ขั้นที่ 1 หาผลรวมเลขทะเบียนรถ
– นำตัวเลขท้ายทะเบียนรถ เตรียมไว้เฉพาะตัวเลขหลังตัวอักษร
– ตัวเลขหน้าตัวอักษรซ้ายมือ ไม่นำมาใช้ในการคำนวน
– นำมาหาผลรวมให้ได้เลข 1 หลัก
– ถ้าท่านได้เลขศูนย์ ให้คำนวนใหม่ เพราะคำนวนผิด 555
เช่น ษว5552 = 17 = 1+7 = 8

ขั้นที่ 2 ห้ามมีเลขเหล่านี้อยู่ติดกัน เพราะเป็นเลขที่มักทำให้เกิดอุบัติเหตุ
เลขเหล่านี้ คือ 13 31 37 73 35 53 30 03
เช่น ทะเบียนรถ 1313 3100 3737 3137 3537 7353 3031 เป็นต้น

ข้อที่ 3 ผลรวมของตัวเลขทั้งหมด 2 หลัก (ซึ่งไม่เกิน 36)
รวมแบบวิธีที่ 1 แต่เอาแค่ 2 หลัก
ห้ามได้เท่ากับ 13 31 35
เช่น ทะเบียนรถ 1291 1129 2182 4900 5800 7789 9899 เป็นต้น

ขั้นที่ 4 ดูวันเกิดเจ้าของรถ ห้ามมีเลขท้าย ดังนี้
คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามมีเลข 6
คนเกิดวันจันทร์ ห้ามมีเลข 1
คนเกิดวันอังคาร ห้ามมีเลข 2
คนเกิดวันพุธ (06.00-17.59) ห้ามมีเลข 3
คนเกิดวันพุธ (18.00-05.59) ห้ามมีเลข 5
คนเกิดวันพฤหัสบดี ห้ามมีเลข 7
คนเกิดวันศุกร์ ห้ามมีเลข 8
คนเกิดวันเสาร์ ห้ามมีเลข 4

ขั้นที่ 5 ดูวันเกิดเจ้าของรถ ห้ามมีสีอะไรบ้าง

คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ รถสีน้ำเงิน
คนเกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ รถสีแดง
คนเกิดวันอังคาร ห้ามใช้ รถสีขาว และสีครีม
คนเกิดวันพุธ (6.00-17.59 น.) ห้ามใช้ รถสีชมพู
คนเกิดวันพุธ (18.00-05.59 น.) ห้ามใช้ รถสีส้ม แสด
คนเกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้สีดำ นำ้เงินเข้ม
คนเกิดวันศุกร์ ห้ามใช้สีซิลเวอร์ สีเทา
คนเกิดวันเสาร์ ห้ามใช้สีเขียว

วิธีแก้ไขเรื่องเบอร์

1.ซื้อแผ่นทองคำเปลว 2 แผ่น (ทองคำแท้)
2.นำมาแปะบนตัวเลขป้ายทะเบียนที่ไม่ต้องการผลรวม 1 ตัว
3.แปะทับเป็นรูป 4 เหลี่ยมข้างหลามตัด หมายถึงมุมแหลมขึ้นบน
4.ให้นำเทียนไขมาถูบริเวณที่แปะแผ่นทอง เพราะแปะปกติจะไม่ติด
5.แปะครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิตรถ แม้แผ่นทองจะหลุดออกหลังล้างรถ
6.แปะทั้งแผ่นทะเบียนหน้า และ แผ่นทะเบียนหลัง
***อย่าลืม แปะเลขไหนก็ได้ที่ไม่ต้องการนับรวม แต่ให้คำนึงถึงผลรวมเลขที่เหลือ ให้ได้ความหมายที่ต้องการได้
7.การติดสติ๊กเกอร์คำว่า รถนี้สี…..เป็นแค่ความเชื่อ ความสบายใจ ข้าพเจ้าไม่แนะนำ

วิธีแก้ไขเรื่องสี

1.พ่นสีกันชนสี่มุมทั้งหน้าและหลังด้วยสีที่ถูกโฉลก หรือสีแบบทูโทน (เช่นด้านล่างเข้ม)
2.ทำเป็นสติ๊กเกอร์มาตกแต่งสี่มุมของกันชน ทั้งหน้าและหลัง
3.อย่างน้อยสุดหาสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงแปะท้ายรถ
หมายเหตุ
1.นอกจากอิทธิพลตัวเลขแล้ว พื้นฐานดวงชะตาเจ้าของรถ และ ฤกษ์ยามการออกรถ ก็สำคัญ
2.สิ่งสำคัญคือ การทำความดี และขับขี่อย่างมีสติ ความปลอดภัย สำคัญกว่า เลขทะเบียนรถ แน่นอนครับ
ที่มา หนังสือ โหรามหาเวทย์
ซินแสหวาง
www.sinsaehwang.com
www.facebook.com/SinSaeHwang
(เพื่อไม่ให้พลาดความรู้และข่าวสาร อย่าลืมกดรับการติดต่อ Get Notification)
#ซินแสหวาง #วางชะตาการเงิน #ดวงการเงิน #30ลิขิตฟ้า70ต้องฝ่าฟัน

ที่มา
 http://www.sinsaehwang.com/5-%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96/

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ราคาเครื่องหิ้ว 19-9-2016


วินาทีทองแนะนำโปรแรง!! แบบที่ใครก็อยากได้เป็นเจ้าของ iPhone ไว้ใช้งานสักเครื่อง

วินาทีทองแนะนำโปรแรง!! แบบที่ใครก็อยากได้เป็นเจ้าของ iPhone ไว้ใช้งานสักเครื่อง

    ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของครับสำหรับ iPhone ไม่ว่าจะเป็น iPhone 6S, iPhone 6S Plus, iPhone 6 , iPhone 6 Plus, iPhone SE , iPhone 5S และยิ่งตอนนี้นั้นทาง Apple ได้ทำการเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ประจำปี 2016 อย่าง iPhone 7 และ Plus ด้วยแล้วทำให้รุ่นพี่ ๆ ก่อนหน้านี้กลายเป็นของตกรุ่นไปเลยครับ
    ตอนนี้วงการมือถือทั้งที่ MBK และ โอเปอร์เรเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Dtac, AIS หรือ TrueMove H ได้เริ่มขยับปรับราคาของ iPhone รุ่นเก่า ๆ กันแล้วคาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการระบายของออกจากสต็อก ก่อนที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะเข้าประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนั้นเอง
    สำหรับวันนี้นั้นทางทีมงาน Sanook! Hitech มีโปรแรงของ บานาน่าสโตร์ มาแนะนำกันครับเพราะที่ "บานาน่าสโตร์" ได้ทำการปรับราคาของ iPhone คงเกือบทุกรุ่นพร้อมโปรโมชั่นพิเศษที่คุณพลาดไม่ได้เด็ดขาด!!

iPhone 6S และ iPhone 6S Plus รับส่วนลดสูงสุด 6,000 บาท
-iPhone 6s ความจุ 16 GB ปกติราคา 26,900 บาท เหลือเพียง 21,500 บาท
-iPhone 6s ความจุ 64 GB ปกติราคา 30,900 บาท เหลือเพียง 26,100 บาท
-iPhone 6s ความจุ 128 GB ปกติราคา 35,100 บาท เหลือเพียง 29,500 บาท

-iPhone 6s PLUS ความจุ 16 GB ปกติราคา 30,900 บาท เหลือเพียง 25,900 บาท
-iPhone 6s PLUS ความจุ 64 GB ปกติราคา 35,100 บาท เหลือเพียง 29,500 บาท
-iPhone 6s PLUS ความจุ 128 GB ปกติราคา 39,300 บาท เหลือเพียง 33,300 บาท
**พิเศษ รับส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 7,000 บาท เมื่อเปิดเบอร์พร้อมเเพ็คเกจทรูมูฟเอช 899 บาท พร้อมจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 4,280 บาท

iPhone 6 และ iPhone 6 Plus รับส่วนลดสูงสุด 4,100 บาท
-iPhone 6 ความจุ 16 GB ปกติราคา 22,800 บาท เหลือเพียง 19,900 บาท
-iPhone 6 ความจุ 64 GB ปกติราคา 27,000 บาท เหลือเพียง 22,900 บาท
-iPhone 6 ความจุ 128 GB ปกติราคา 31,000 บาท เหลือเพียง 27,500 บาท

-iPhone 6 PLUS ความจุ 16 GB ปกติราคา 27,000 บาท เหลือเพียง 23,900 บาท
-iPhone 6 PLUS ความจุ 64 GB ปกติราคา 31,000 บาท เหลือเพียง 27,500 บาท
-iPhone 6 PLUS ความจุ 128 GB ปกติราคา 35,100 บาท เหลือเพียง 31,400 บาท

**พิเศษ รับส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 7,000 บาท เมื่อเปิดเบอร์พร้อมเเพ็คเกจทรูมูฟเอช 899 บาท พร้อมจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 4,280 บาท

iPhone SE ความจุ 64 GB รับส่วนลดทันที 2,000 บาท
-iPhone SE ความจุ 16GB 16,800 บาท
-iPhone SE ความจุ 64GB 18,900 บาท
**พิเศษ รับส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 7,000 บาท เมื่อเปิดเบอร์พร้อมเเพ็คเกจทรูมูฟเอช 899 บาท พร้อมจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 4,280 บาท

iPhone 5S ราคาเพียง 5,900 บาท
- iPhone 5s ความจุ 16 GB ราคา 13,000 บาท ลดทันที 7,100 บาท เมื่อสมัครเเพ็คเกจทรูมูฟ เอช ราคา 699 บาท ขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,210 บาท รับเน็ตฟรีเพิ่ม 80 GB คืนกำไรมอบความคุ้มค่า โปรโมชั่นดีๆที่คุณเลือกได้ พบกันที่ บานาน่าสโตร์ ทั่วประเทศ ตั้งเเต่วันนี้ - 30 กันยายน 2559
     ทางทีมงาน Sanook! Hitech หวังว่าข้อมูลเบื้องต้นที่ทางทีมงานได้นำเสนอในวันนี้ จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ แต่หากใครจะรอ iPhone 7 เราก็มีราคาเครื่องหิ้วมาฝากกันด้านล่างครับ
ราคา iPhone 7 เครื่องหิ้ว (เครื่องนอก) ประจำวันที่ 19 กันยายน 2559 (ราคาประมาณ)
นำเสนอข่าวโดย : thaimobilecenter.com
 ราคา iPhone 7 Plus เครื่องหิ้ว (เครื่องนอก) ประจำวันที่ 19 กันยายน 2559 (ราคาประมาณ)
นำเสนอข่าวโดย : thaimobilecenter.com



ขอบคุณที่มา: บานาน่าสโตร์

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus specs








 
สีดำเจ็ทแบล็คมีจำหน่ายเฉพาะในรุ่นความจุ 128GB และ 256GB
ขนาดและน้ำหนัก3
138.3 มม. (5.44 นิ้ว)
67.1 มม. (2.64 นิ้ว)
7.1 มม. (0.28 นิ้ว)
น้ำหนัก: 138 กรัม (4.87 ออนซ์)
158.2 มม. (6.23 นิ้ว)
77.9 มม. (3.07 นิ้ว)
7.3 มม. (0.29 นิ้ว)
น้ำหนัก: 188 กรัม (6.63 ออนซ์)
จอภาพ
  • จอภาพ Retina HD
  • จอภาพไวด์สกรีน แบ็คไลท์แบบ LED
    ขนาด 4.7 นิ้ว (แนวทแยง)
  • จอภาพ Multi-Touch พร้อมเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซลที่ 326 ppi
  • อัตราส่วนคอนทราสต์ 1400:1 (ทั่วไป)
  • จอภาพ Retina HD
  • จอภาพไวด์สกรีน แบ็คไลท์แบบ LED
    ขนาด 5.5 นิ้ว (แนวทแยง)
  • จอภาพ Multi-Touch พร้อมเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซลที่ 401 ppi
  • อัตราส่วนคอนทราสต์ 1300:1 (ทั่วไป)

ทั้งสองรุ่น:

  • จอภาพขอบเขตสีกว้าง (P3)
  • ความสว่างสูงสุด 625 cd/m2 (ทั่วไป)
  • พิกเซลแบบโดเมนคู่เพื่อการมองในมุมกว้าง
  • เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ
  • รองรับการแสดงผลหลายภาษาและตัวอักษรหลายแบบพร้อมกัน
  • คุณสมบัติ "การซูมหน้าจอ"
  • คุณสมบัติ "การดึงจอลงเพื่อแตะ"
การทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่น4
  • ที่ระดับ IP67 ตามมาตรฐาน IEC 60529
ชิพ
  • ชิพ A10 Fusion พร้อมสถาปัตยกรรม 64 บิต
  • โปรเซสเซอร์ร่วม M10 สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหวในตัว
กล้อง
กล้องความละเอียด 12MP
กล้องมุมกว้างและเทเลโฟโต้ความละเอียด 12MP
 
รูรับแสงขนาด ƒ/1.8
มุมกว้าง: รูรับแสงขนาด ƒ/1.8
เทเลโฟโต้: รูรับแสงขนาด ƒ/2.8
 
ซูมดิจิตอลได้สูงสุด 5 เท่า
ซูมออปติคอล 2 เท่า และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า

ทั้งสองรุ่น:

  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล
  • ชุดเลนส์ 6 ชิ้น
  • แฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง
  • พาโนรามา (สูงสุด 63 เมกะพิกเซล)
  • ผลึกแซฟไฟร์ป้องกันหน้าเลนส์
  • เซ็นเซอร์รับแสงด้วยส่วนหลัง
  • ฟิลเตอร์ Hybrid IR
  • ออโต้โฟกัสพร้อม Focus Pixels
  • ระบบการแตะเพื่อโฟกัสพร้อม Focus Pixels
  • คุณสมบัติ Live Photos พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว
  • บันทึกภาพถ่ายและ Live Photos ด้วยขอบเขตสีกว้าง
  • การแมปโทนที่ได้รับการปรับปรุง
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและร่างกาย
  • การควบคุมค่าแสง
  • การลดนอยซ์
  • HDR อัตโนมัติสำหรับภาพถ่าย
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ
  • โหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง
  • โหมดตั้งเวลาถ่ายภาพ
  • แนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งในภาพถ่าย
การบันทึกวิดีโอ
  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 30 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 720p ที่ 30 fps
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลสำหรับวิดีโอ
  • ซูมออปติคอล 2 เท่า และซูมดิจิตอล 6 เท่า (เฉพาะ iPhone 7 Plus)
  • แฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง
  • รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่น ความละเอียด 1080p ที่ 120 fps และ 720p ที่ 240 fps
  • วิดีโอไทม์แลปส์ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว
  • ระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวในคุณภาพระดับภาพยนตร์ (1080p และ 720p)
  • วิดีโอออโต้โฟกัสแบบต่อเนื่อง
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและร่างกาย
  • การลดนอยซ์
  • ถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 8 เมกะพิกเซล ขณะบันทึกวิดีโอ 4K
  • ซูมขณะเล่น
  • แนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งในวิดีโอ
กล้อง FaceTime HD
  • รูปถ่าย 7 เมกะพิกเซล
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p
  • Retina Flash
  • รูรับแสงขนาด ƒ/2.2
  • บันทึกภาพถ่ายและ Live Photos ด้วยขอบเขตสีกว้าง
  • HDR อัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์รับแสงด้วยส่วนหลัง
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและร่างกาย
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ
  • โหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง
  • การควบคุมค่าแสง
  • โหมดตั้งเวลาถ่ายภาพ
Touch ID
เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือติดตั้งอยู่ในปุ่มโฮมใหม่
ระบบเซลลูลาร์
และระบบไร้สาย
รุ่น A1660*
รุ่น A1661*
FDD-LTE (ย่านความถี่ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 27, 28, 29, 30)
TD-LTE (ย่านความถี่ 38, 39, 40, 41)
TD-SCDMA 1900 (F), 2000 (A)
CDMA EV-DO Rev. A  (800, 1900, 2100 MHz)
UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)
GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)
รุ่น A1778*
รุ่น A1784*
FDD-LTE (ย่านความถี่ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 27, 28, 29, 30)
TD-LTE (ย่านความถี่ 38, 39, 40, 41)
UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)
GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)
ทุกรุ่น
Wi‑Fi มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac พร้อม MIMO
เทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth 4.2
NFC
การหาตำแหน่ง
  • Assisted GPS และ GLONASS
  • เข็มทิศดิจิตอล
  • Wi-Fi
  • ระบบเซลลูลาร์
การโทรแบบวิดีโอ5
  • โทร FaceTime แบบวิดีโอผ่าน Wi-Fi หรือระบบเซลลูลาร์
การโทรแบบเสียง5
  • FaceTime แบบเสียง
  • Voice over LTE (VoLTE)6
  • การโทรผ่าน Wi‑Fi6
การเล่นเสียง
  • รูปแบบไฟล์เสียงที่รองรับ: AAC (8 ถึง 320 Kbps), Protected AAC (จาก iTunes Store), HE-AAC, MP3 (8 ถึง 320 Kbps), MP3 VBR, Audible (รูปแบบ 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX และ AAX+), Apple Lossless, AIFF และ WAV
  • ผู้ใช้สามารถกำหนดระดับเสียงสูงสุดเองได้
ทีวีและวิดีโอ
  • คุณสมบัติสะท้อนภาพของ AirPlay การแสดงผลรูปภาพ เสียง และวิดีโอ
    ไปยัง Apple TV (รุ่นที่ 2 หรือใหม่กว่า)
  • การรองรับการสะท้อนภาพวิดีโอและการแสดงผลวิดีโอ: สูงสุด 1080p ผ่าน Lightning Digital AV Adapter
    และ Lightning to VGA Adapter (อะแดปเตอร์จำหน่ายแยกต่างหาก)
  • รูปแบบไฟล์วิดีโอที่รองรับ: วิดีโอ H.264 สูงถึง 4K, 30 เฟรมต่อวินาที, โปรไฟล์ High ระดับ 4.2 พร้อมระบบ
    เสียง AAC‑LC สูงถึง 160 Kbps, 48kHz, ระบบเสียงสเตอริโอสำหรับไฟล์ .m4v, .mp4 และ .mov, วิดีโอ MPEG‑4
    สูงถึง 2.5 Mbps, 640 x 480 พิกเซล, 30 เฟรมต่อวินาที, โปรไฟล์ Simple พร้อมระบบเสียง AAC-LC สูงถึง
    160 Kbps ต่อช่องสัญญาณ, 48kHz, ระบบเสียงสเตอริโอสำหรับไฟล์ .m4v, .mp4 และ .mov, Motion JPEG
    (M‑JPEG) สูงถึง 35 Mbps, 1280 x 720 พิกเซล, 30 เฟรมต่อวินาที, เสียงระบบ ulaw, ระบบเสียงสเตอริโอ
    PCM ในรูปแบบไฟล์ .avi
Siri7
  • ใช้เสียงส่งข้อความ ตั้งเตือนความจำ และอีกมากมาย
  • รับคำแนะนำล่วงหน้า
  • ใช้งานแบบแฮนด์ฟรี
  • ฟังและระบุชื่อเพลง
  • ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Siri
ปุ่มและช่องต่อสายด้านนอก
ปุ่มโฮม/เซ็นเซอร์ Touch ID
เพิ่ม/ลดระดับเสียง
เปิด/ปิดเสียง
เปิด/ปิด
พัก/เปิด
ลำโพงสเตอริโอในตัว
ช่องต่อสาย Lightning
ไมโครโฟนในตัว
ลำโพงสเตอริโอในตัว
พลังงานและแบตเตอรี่8
ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานกว่า iPhone 6s สูงสุด 2 ชั่วโมง

ระยะเวลาสนทนา (ผ่านระบบไร้สาย):

สูงสุด 14 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ 3G

ระยะเวลาสแตนด์บาย:

สูงสุด 10 วัน
  • การใช้งานอินเทอร์เน็ต:

    • สูงสุด 12 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ 3G
    • สูงสุด 12 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ 4G LTE
    • สูงสุด 14 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi

การเล่นวิดีโอผ่านระบบไร้สาย:

สูงสุด 13 ชั่วโมง

การเล่นเสียงผ่านระบบไร้สาย:

สูงสุด 40 ชั่วโมง
ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานกว่า iPhone 6s Plus สูงสุด 1 ชั่วโมง

ระยะเวลาสนทนา (ผ่านระบบไร้สาย):

สูงสุด 21 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ 3G

ระยะเวลาสแตนด์บาย:

สูงสุด 16 วัน
  • การใช้งานอินเทอร์เน็ต:

    • สูงสุด 13 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ 3G
    • สูงสุด 13 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ 4G LTE
    • สูงสุด 15 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi

การเล่นวิดีโอผ่านระบบไร้สาย:

สูงสุด 14 ชั่วโมง

การเล่นเสียงผ่านระบบไร้สาย:

สูงสุด 60 ชั่วโมง

ทั้งสองรุ่น:

  • แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดชาร์จซ้ำได้ภายในตัวเครื่อง
  • ชาร์จจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออะแดปเตอร์แปลงไฟผ่านสาย USB
เซ็นเซอร์
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ Touch ID
  • บารอมิเตอร์
  • Gyro 3 แกน
  • อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะ
  • เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบ
ระบบปฏิบัติการ

iOS 10

ด้วยดีไซน์และคุณสมบัติใหม่หมด iOS 10 คือระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ล้ำหน้าที่สุด
ของโลก ที่จะทำให้ iPhone ของคุณชาญฉลาดและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดียิ่งกว่าที่เคย
ดูว่ามีอะไรใหม่ใน iOS 10

iOS 10 มี

  • AirDrop
  • AirPlay
  • AirPrint
  • ศูนย์ควบคุม
  • Handoff
  • HomeKit
  • iCloud
  • พวงกุญแจ iCloud
  • งานมัลติทาสก์
  • Night Shift
  • ศูนย์การแจ้งเตือน
  • Siri
  • การค้นหาโดย Spotlight

แอพที่มาพร้อมเครื่อง

แอพที่มาพร้อมเครื่องคือส่วนสำคัญ
ที่จะขาดไม่ได้ในประสบการณ์การใช้
iPhone ของคุณ โดยได้รับการออกแบบ
มาอย่างมีประสิทธิภาพ จึงใช้พื้นที่
ในการจัดเก็บข้อมูลไม่ถึง 200MB
กล้อง
รูปภาพ
สุขภาพ
ข้อความ
โทรศัพท์
FaceTime
เมล
เพลง
Wallet
Safari
แผนที่
Siri
ปฏิทิน
iTunes Store
App Store
โน้ต
รายชื่อ
iBooks
บ้าน
สภาพอากาศ
เตือนความจำ
นาฬิกา
วิดีโอ
หุ้น
เครื่องคิดเลข
เสียงบันทึก
เข็มทิศ
พ็อดคาสท์
Watch
เคล็ดลับ
iCloud Drive
ค้นหา iPhone
ค้นหาเพื่อนๆ
การตั้งค่า

แอพฟรีจาก Apple9

Pages, Numbers, Keynote,
iMovie, GarageBand และ
iTunes U ได้รับการติดตั้งมาให้แล้ว
iMovie
Pages
Keynote
Numbers
iTunes U
GarageBand
Apple Store
รีโมท Apple TV
รีโมท iTunes
เมโมเพลง
ชุดหูฟัง
  • EarPods พร้อมหัวต่อ Lightning
ซิมการ์ด
  • Nano-SIM
  • iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่รองรับการ์ด Micro-SIM ที่มีอยู่ในขณะนี้
อัตราการทำงานสำหรับเครื่องช่วยฟัง
iPhone 7 (รุ่น A1660, A1778): M3, T4
iPhone 7 Plus (รุ่น A1661, A1784): M3, T4
การรองรับไฟล์แนบ

ประเภทเอกสารที่ดูได้

.jpg, .tiff, .gif (ภาพ), .doc และ .docx (Microsoft Word), .htm และ .html (เว็บเพจ), .key (Keynote), .numbers (Numbers), .pages (Pages), .pdf (Preview และ Adobe Acrobat), .ppt และ .pptx (Microsoft PowerPoint), .txt (ตัวอักษร), .rtf (รูปแบบ rich text), .vcf (ข้อมูลผู้ติดต่อ), .xls และ .xlsx (Microsoft Excel), .zip, .ics
ความต้องการระบบ
  • Apple ID (จำเป็นต้องใช้ในบางคุณสมบัติ)
  • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต10
  • การซิงค์กับ iTunes บน Mac หรือ PC ต้องใช้
    • Mac: OS X v10.9 หรือใหม่กว่า
    • PC: Windows 7 หรือใหม่กว่า
    • iTunes 12.5 หรือใหม่กว่า (ดาวน์โหลดได้ฟรีจาก www.apple.com/th/itunes/download)
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  • อุณหภูมิการทำงาน: 0 ถึง 35 °C (32 ถึง 95 °F)
  • อุณหภูมิขณะไม่ทำงาน: ‑20 ถึง 45 °C (‑4 ถึง 113 °F)
  • ความชื้นสัมพัทธ์: 5% ถึง 95% ไม่ควบแน่น
  • ระดับความสูงในการใช้งาน: ผ่านการทดสอบสูงสุด 3,000 ม. (10,000 ฟุต)
ภาษา

ภาษาที่รองรับ

อังกฤษ (ออสเตรเลีย, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), จีน (ตัวย่อ, ตัวเต็ม, ฮ่องกงตัวเต็ม), ฝรั่งเศส (แคนาดา, ฝรั่งเศส), เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สเปน (ละตินอเมริกา, เม็กซิโก, สเปน), อารบิก, คาตาลัน, โครเอเชีย, เช็ก, เดนมาร์ก, ดัตช์, ฟินแลนด์, กรีก, ฮีบรู, ฮินดู, ฮังการี, อินโดนีเซีย, มาเลย์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส (บราซิล, โปรตุเกส), โรมาเนีย, รัสเซีย, สโลวาเกีย, สวีเดน, ไทย, ตุรกี, ยูเครน, เวียดนาม

ภาษาที่รองรับคีย์บอร์ด QuickType

อังกฤษ (ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, สิงคโปร์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), จีนตัวย่อ (ลายมือ, พินอิน, อักษรเส้นขีด), จีนตัวเต็ม (ซางเจี๋ย, ลายมือ, พินอิน, อักษรเส้นขีด, ซู่เฉิง, จู้ยิน), ฝรั่งเศส (เบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์), เยอรมัน (ออสเตรีย, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์), อิตาลี, ญี่ปุ่น (คะนะ, โรมาจิ), เกาหลี, สเปน (ละตินอเมริกา, เม็กซิโก, สเปน), อารบิก, เบงกาลี, บัลกาเรีย, คาตาลัน, เชอโรกี, โครเอเชีย, เช็ก, เดนมาร์ก, ดัตช์, อิโมจิ, เอสโตเนีย, ฟิลิปปินส์, ฟินแลนด์, เฟลมิช, กรีก, คุชราต, ฮาวาย, ฮีบรู, ฮินดู (เทวนาครี, ทับศัพท์), อังกฤษแบบฮินดู, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินโดนีเซีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, มาซิโดเนีย, มาเลย์, มราฐี, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส (บราซิล, โปรตุเกส), ปัญจาบ, โรมาเนีย, รัสเซีย, เซอร์เบีย (ซีริลลิก, ละติน), สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, สวีเดน, ทมิฬ (ตัวเขียน, ทับศัพท์), เตลูกู, ไทย, ตุรกี, ยูเครน, อูรดู, เวียดนาม

ภาษาที่รองรับคีย์บอร์ด QuickType พร้อมด้วยคุณสมบัติการคาดเดา11

อังกฤษ (ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, สิงคโปร์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), จีน (ตัวย่อ, ตัวเต็ม), ฝรั่งเศส (เบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์), เยอรมัน (ออสเตรีย, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์), อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, รัสเซีย, สเปน (ละตินอเมริกา, เม็กซิโก, สเปน), โปรตุเกส (บราซิล, โปรตุเกส), ไทย, ตุรกี

ภาษาสำหรับ Siri

อังกฤษ (ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, ไอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), สเปน (ชิลี, เม็กซิโก, สเปน, สหรัฐอเมริกา), ฝรั่งเศส (เบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์,) เยอรมัน (ออสเตรีย, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์), อิตาลี (อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์), ญี่ปุ่น, เกาหลี, แมนดาริน (จีนแผ่นดินใหญ่, ไต้หวัน), กวางตุ้ง (จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง), อารบิก (ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), เดนมาร์ก (เดนมาร์ก), ดัตช์ (เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์), ฟินแลนด์ (ฟินแลนด์), ฮีบรู (อิสราเอล),มาเลย์ (มาเลเซีย), นอร์เวย์ (นอร์เวย์), รัสเซีย (รัสเซีย), สวีเดน (สวีเดน), ตุรกี (ตุรกี), ไทย (ไทย), โปรตุเกส (บราซิล)

ภาษาที่รองรับการป้อนตามคำบอก

อังกฤษ (ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, ไอร์แลนด์, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, ซาอุดีอาระเบีย, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), สเปน (ชิลี, โคลอมเบีย, เม็กซิโก, สเปน, สหรัฐอเมริกา), ฝรั่งเศส (เบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, ลักเซมเบิร์ก, สวิตเซอร์แลนด์), เยอรมัน (ออสเตรีย, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์), อิตาลี (อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์), ญี่ปุ่น, เกาหลี, แมนดาริน (จีนแผ่นดินใหญ่, ไต้หวัน), กวางตุ้ง (ฮ่องกง), อารบิก (คูเวต, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), คาตาลัน, โครเอเชีย, เช็ก, เดนมาร์ก, ดัตช์ (เบลเยียม, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์), ฟินแลนด์, กรีก, ฮีบรู, ฮังการี, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส (บราซิล, โปรตุเกส), โรมาเนีย, รัสเซีย, สโลวาเกีย, สวีเดน, ตุรกี, ไทย, ยูเครน, เวียดนาม

ภาษาที่รองรับพจนานุกรมความหมาย

อังกฤษ, จีน (ตัวย่อ, ตัวเต็ม), เดนมาร์ก, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮินดู, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, นอร์เวย์, โปรตุเกส (บราซิล), รัสเซีย, สเปน, สวีเดน,ไทย, ตุรกี

ภาษาที่รองรับพจนานุกรมสองภาษา

จีน (ตัวย่อ), ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สเปน

การตรวจสอบตัวสะกด

อังกฤษ (ออสเตรเลีย, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, สเปน, เดนมาร์ก, ดัตช์, ฟินแลนด์, เกาหลี, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส (บราซิล, โปรตุเกส), รัสเซีย, สวีเดน, ตุรกี
ภายในกล่อง
  • iPhone พร้อม iOS 10
  • EarPods พร้อมหัวต่อ Lightning
  • Lightning to 3.5 mm Headphone Jack Adapter
  • Lightning to USB Cable
  • USB Power Adapter
  • เอกสารคู่มือ

iPhone กับสิ่งแวดล้อม

Apple ให้ความสำคัญต่อวงจรชีวิตของสินค้า
โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดูเพิ่มเติม

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สะท้อนให้เห็นถึง
พัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อมของ Apple ที่ก้าวหน้า
อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการออกแบบมาพร้อม
คุณสมบัติดังต่อไปนี้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  • จอภาพแบ็คไลท์แบบ LED ที่ปลอดสารปรอท
  • กระจกจอภาพปลอดสารอาร์เซนิก
  • ปลอดสารหน่วงไฟประเภทโบรมีน
  • ปลอดสาร PVC
  • ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมที่นำมารีไซเคิลได้

ไม่มีใครสามารถทำร้ายทำลายตัวเราได้นอกจากตัวของเรา พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

Dhamma Guide : มนิจ ชูชัยมงคล บรรณาธิการสาระ : ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัตย์ ออกแบบปก : จิระพัฒน์ ยังโป้ย บรรณาธิการศิลปะ : อนุชิต คำซองเมือง ภาพประกอบ : สมควร กองศิลา รูปเล่ม/จัดอาร์ต : จิระพัฒน์ ยังโป้ย โดย พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

“ไม่มีใครสามารถทำร้ายทำลายตัวเราได้นอกจากตัวของเรา เอง ไม่มีใครหยิบทุกข์จากหัวใจใครทิ้งได้ทั้งหมดต้องวางจากจิตตน” “ตราบใดที่ยังไม่สลัดความพอใจในสังขารออก ความทุกข์ ย่อมติดตามไปเสมอ เมื่อรากยังมั่นคง แม้ต้นไม้จะถูกตัดแล้วมันก็ สามารถขึ้นได้อีก ฉันใด เมื่อบุคคลยังไม่ถอนตัณหานุสัยออกจากดวง จิตได้ความทุกข์ก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ฉันนั้น” “ความสิ้นอาสวะ เป็นอานิสงส์สูงสุดแห่งการบำเพ็ญคุณงาม ความดีทั้งหลาย เพราะความทุกข์ความเดือดร้อนของหมู่สัตว์เกิดขึ้น ได้ก็ด้วยอาสวะกิเลส” นี้เป็นพุทธโอวาทที่ตรัสเกี่ยวกับทุกข์ เราทุกคนมีทุกข์มาก น้อยต่างกันไป และทุกคนก็หวังที่จะหลุดพ้นจากทุกข์เหมือนกัน หนังสือธรรมะเรื่อง เคล็ดลับดับทุกข์ นี้เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่จะทำให้ท่านผู้อ่านได้รู้วิธีที่จะออกจากทุกข์ตามแนวพระพุทธศาสนา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะอำนวยประโยชน์แก่ท่าน ผู้สนใจในธรรมะ จักได้นำสาระธรรมไปประพฤติปฏิบัติกำจัดกิเลส ในตนจนสามารถหลุดพ้นจากทุกข์ได้ ด้วยจิตคิดปรารถนาดี
รวบรวม/เรียบเรียง คำนำ โปรดใช้เล่มนี้ให้คุ้มสุดคุ้ม & อ่านแล้ว ->
แบ่งกันอ่านหลายท่านนะจ๊ะ อ่านสิบรอบ ระดมสมองคิดสิบหน ฝึกฝนปัญญา พัฒนาการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จิตมีสติสัมปชัญญะ รู้เท่าทันสรรพสิ่ง ฉลาดใช้ เฉลียวคิด ชีวิตจักสนุก สุข สงบ เย็น เฉกเช่นพระนิพพาน สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ ปรารถนาให้ทุกครอบครัวมีความสุข 4 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ณ บัดนี้ถึงเวลาของการฟังปาฐกถาธรรม อันเป็นหลักคำสอน ในทางพระพุทธศาสนา ขอให้ทุกท่านอยู่ในอาการสงบ ตั้งอกตั้งใจฟัง ด้วยดีเพื่อให้ได้ประโยชน์อันเกิดขึ้นจากการฟังตามสมควรแก่เวลา เคล็ดลับดับทุกข์*
โดย พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) *
 ถอดความจากปาฐกถาธรรม เรื่องเคล็ดลับของความดับทุกข์ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์๑๔ กันยายน ๒๕๒๙ บริษัท
สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 5 วันอาทิตย์เป็นวันว่างจากงานฝ่ายกาย เราก็ชวนกันมาวัด เพื่อทำงานฝ่ายจิตวิญญาณ แต่ว่าส่วนมากเรามักจะสนใจแต่เรื่องของฝ่ายกาย ไม่ค่อยจะ ได้สนใจเรื่องทางจิตมากนัก เวลาไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่เป็นไร แต่ว่า เวลามีเรื่องมีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อไม่ได้เตรียมตัวทางใจไว้ปัญหาที่เกิด นั้นมันก็รุนแรง ความจริงเรื่องมันไม่รุนแรง แต่ว่าความรู้สึกของเรามัน รุนแรง เพราะเราไม่ได้เตรียมรับสถานการณ์ไว้ก่อน เมื่อไรเกิดขึ้น มัน ก็เป็นความทุกข์หนักในชีวิต ดังที่เป็นอยู่แก่คนทั่วๆ ไป ที่ได้เกิด เป็นเช่นนั้นขึ้นมาก็เพราะว่าเราไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อนในเรื่องทางจิต ทางวิญญาณ เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร หรือมาแก้กัน ในปัญหาเฉพาะหน้า บางทีมันก็แก้ไม่ได้เพราะไม่ได้เตรียมตัวไว้ ล่วงหน้า จิตกับกาย ต้องเตรียมพร้อมรับทุกข์ กายกับจิตนี้มีความสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา ความเหนื่อยกายก็เกี่ยวกับความเหนื่อยจิตด้วย จิตเหนื่อย กายก็พลอยเหนื่อยไปด้วย ร่างกายอ่อนแอ จิตก็พลอยอ่อนแอไปด้วย เราจึงต้องมีการทำให้มันสมดุล คือ ให้เกิดความพอดีทั้งฝ่ายกายฝ่ายจิต 6 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ในทางฝ่ายบ้านเมืองก็ต้องมีการเตรียมตัว เช่น ทหารก็ต้อง เตรียมตัวอยู่ตลอดเวลา ต้องฝึกการรบให้มีความเก่งกล้าสามารถ ให้ รู้จักใช้อาวุธที่จะต้องใช้เข้าใจยุทธวิธีในการที่จะต่อสู้ข้าศึก ฝ่ายเสนา- ธิการก็ต้องเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับสถานการณ์ ไม่ใช่ไปเตรียมกัน ตอนที่มีข้าศึกประชิดเมือง แต่ต้องเตรียมแผนล่วงหน้าไว้ว่าเราจะทำ อย่างไร ถ้าข้าศึกมาทางด้านนั้น มาด้านโน้นจะทำอย่างไร หรือว่า ข้าศึกสมัยปัจจุบันนี้ไม่ใช่มันเดินเข้ามาเหมือนสมัยก่อน แต่ว่าเขา ลอยมาในท้องฟ้า มากระโดดร่มลงไปในบ้านในเมือง หรือทางเรือบิน ทิ้งระเบิด ก็ต้องเตรียมไว้ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรเมื่อเหตุการณ์ เช่นนั้นเกิดขึ้น จะต่อสู้อย่างไร จะป้องกันอย่างไร อันนี้ที่เราเห็นได้ง่ายว่าเพราะขาดการเตรียมตัว ในด้านฝ่าย โลกียะ ก็มันเกิดปัญหา เกิดความทุกข์ทางใจเหมือนกัน บ้านเมืองต้องเตรียมพร้อมทุกด้านอยู่เสมอ ทุกอย่างต้องพร้อม เมื่อมีความพร้อม พอข้าศึกมารุกรานก็พอจะต่อสู้เอาตัวรอดได้ แต่ถ้าไม่ได้เตรียมพร้อม เอาตัวไม่รอด เราก็พ่ายแพ้แก่ข้าศึก บ้านเมืองก็ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 7 ทีนี้ในเรื่องชีวิตของแต่ละบุคคล ถ้าเราไม่ได้เตรียมตัวไว้ให้ พร้อม เมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราก็มีความทุกข์หนัก ไม่รู้ว่าจะแก้ ความทุกข์นั้นอย่างไร เพราะไม่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ปัญหาเกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องรุนแรงทั้งนั้น ไม่รู้จะแก้อย่างไร แม้จะมาฟังคำพระเทศน์ สอนให้ฟังให้คิดนึกในทางที่จะแบ่งเบาความทุกข์ทางใจ ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่ได้หัดทำไว้ก่อน เหมือนทหารที่ไม่ได้ซ้อมรบไว้ก่อน พอออกรบนี่จะไปทำท่ารบ ได้อย่างไร นักมวยที่ไม่ได้ฝึกการชกไว้ก่อน ขึ้นไปบนเวทีก็ทำท่า ไม่ถูกต้อง ฝ่ายที่เขาฝึกได้ดีแล้วก็ชกล้มคว่ำคะมำหงาย นับสิบก็ยังลุก ไม่ขึ้น อันนี้เป็นการเสียเปรียบ ในชีวิตเราแต่ละคน นี่ก็เหมือนกัน ถ้าเราเตรียม ไม่พร้อม เราก็ต้องเสียเปรียบ ตลอดเวลา เสียเปรียบแก่ ข้าศึกที่มาโจมตีตัวเรา คือความทุกข์นั่นเอง เตรียมตัวไม่พร้อม ย่อมเสียเปรียบ พรุ่งนี้จะชกแล้ว ทำไมไม่ไปซ้อม นอนมาจริงจิ๊ง...โธ่... ไอ้นอนแน่ ลูกเจ้าแม่นอนนาน ผมชนะแน่นอน 8 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ความทุกข์มาโจมตีเมื่อไหร่ เราก็เสียเปรียบแก่ความทุกข์ เพราะเรานึกไม่ได้ที่จะต่อสู้กับความทุกข์เหล่านั้น ไม่มีปัญญาที่จะคิด ไม่มีสติที่จะนึกจะเตรียมตัวเพื่อการต่อสู้เราก็ต้องเสียเปรียบเรื่อยไป เสียเปรียบข้าศึกที่มาโจมตีเราเรื่อยไป อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ของคนทั่วๆ ไป บางทีเราก็อยู่สบายๆ ในครอบครัว แต่ว่าไม่ได้คิดไว้ ล่วงหน้าว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นบ้างในครอบครัวของเรา ถ้าเหตุการณ์ อะไรเกิดขึ้น เราจะแก้ปัญหาอย่างไร จะทำอย่างไร นี้ไม่ค่อยได้คิดไว้ ก่อน ในทางพระท่านถือว่าอยู่ด้วยความประมาท เราอาจจะถูกข้าศึกโจมตีโดยไม่รู้ตัวบ่อยๆ พอถูกโจมตีโดย ไม่รู้ตัว เราก็กลับตัวไม่ทัน เกิดการตกอกตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เพราะไม่ได้ เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าในการที่จะจัดการกับสิ่งเหล่านั้น นี้เป็นปัญหา เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทั่วๆ ไป ไม่ว่าเป็นหญิง เป็นชาย เป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ ก็ย่อมมีสภาพเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงต้อง เตรียมพร้อมในเรื่องอย่างนี้ อยู่ด้วยความประมาท จะไม่ปราศจากทุกข์ อยู่ด้วยความประมาท ก็คือ ขาดการวางแผนในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ได้คิดไว้ว่าอะไรมันจะเกิด และเมื่อเกิดขึ้นเราจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร ไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน เมื่อไม่ได้เตรียมตัว เขาเรียกว่าถูกโจมตีโดยไม่รู้ตัว บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 9 เตรียมพร้อม ก็คือว่าเตรียมหาธรรมะไว้ใช้เป็นเครื่องป้องกันตัว ไม่ให้ตกไปสู่สภาวะแห่งความตกต่ำทางจิตใจ จึงต้องเข้าวัด ฟังธรรม อ่านหนังสือทางศาสนา เพื่อให้เกิดความรู้ก่อน เมื่อมีความรู้แล้วก็ต้อง เอาความรู้นั้นไปใช้ในชีวิตของเราต่อไป เอาไปใช้แก้ปัญหา เพราะฉะนั้น เมื่อเรียนแล้วก็ต้องเอาไปปฏิบัติเช่น เรามาฟัง ธรรมก็ดีมาสวดมนต์ตอนเช้าตอนเย็นอะไรก็ตาม บทสวดมนต์ เหล่านั้นล้วนแต่เป็นบทเตือนใจให้เราได้คิดได้นึกถึงเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาของชีวิต ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นมันมีการเกิดขึ้น เป็นอยู่ เป็นไปอย่างไร อะไรเป็นของเที่ยง อะไรเป็นของไม่เที่ยง อะไรเป็น สภาพอย่างไร ต้องเตรียมตัว เอามาคิดมานึกไว้บ่อยๆ เตรียมธรรมะให้พร้อม ป้องกันใจตกต่ำ การเรียนรู้กับการปฏิบัติ ต้องให้สัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา เรียนรู้แล้วไม่ปฏิบัติก็เรียกว่ายังไม่เกิดประโยชน์ ที่จะใช้ป้องกันความทุกข์ความเดือดร้อนไม่ให้เกิดขึ้น จะเสียใจไปทำไม เขาต่างหากต้องเสียใจ ที่เสียคนที่รักเขาที่สุด อย่างฉันไป นี่เธอ...ไม่เป็นทุกข์เสียใจบ้างหรือ ที่แฟนเธอมีหญิงอื่น 10 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เวลาสวดนั้นสวดรวมกัน แต่ว่าเราก็ต้องไปพิจารณาด้วยตัวเอง เป็นเรื่องเฉพาะคนที่จะต้องนั่งคิดนั่งนึกตรึกตรองในคำเหล่านั้น เช่น คำที่เราสวดว่า รูปูปาทานักขันโธ รูปที่เข้าไปยึดถือนั้นเป็นความทุกข์ เวทนูปาทานักขันโธ เวทนาที่เข้าไปยึดถือนั้นเป็นความทุกข์ สัญญาที่เข้าไปยึดถือไว้เป็นความทุกข์...สังขารที่เข้าไปยึดถือไว้ เป็นความทุกข์...วิญญาณที่เข้าไปยึดถือนั้นเป็นความทุกข์... อันที่สำคัญก็คือว่านึกว่าเป็นตัวเราเป็นของเรา
ที่ท่านพุทธ- ทาสท่านพูดภาษาง่ายๆ ว่า “ตัวกู-ของกู” ใครฟังแล้วก็นึกว่าเป็นคำ ที่ค่อนข้างจะเป็นชาวบ้านมากไปหน่อย แต่ว่าเป็นคำที่ง่ายที่สุดว่า “ตัวกู-ของกู” คนเรามีตัวกูก่อน แล้วก็มีของกูขึ้นมา ในภาษาบาลี เรียกว่า อะหังการ มะมังการ ยึดมั่นขันธ์ ๕ เป็นความทุกข์ เราก็ต้องเอามานั่งคิดพิจารณาว่าเป็นทุกข์เพราะอะไร เป็นทุกข์เพราะอุปาทาน อุปาทาน นั้นหมายความว่า เข้าไปยึดถือว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเรา เป็นเขา บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 11 อะหังการ คือ สำคัญว่าตัวมีตัวเป็น สำคัญว่าตัวเป็นก่อน แล้วก็สำคัญว่าตัวมีสิ่งนั้นสิ่งนี้คือมีตัวสำหรับรองรับ แล้วมีอะไร เกิดขึ้น ตัวก็เข้าไปรับเอาสิ่งนั้น รับเอาว่าเป็นของฉันขึ้นมา อะไรๆ มัน ก็เป็นของฉันไปหมด นี้เราคิดไปอย่างนั้น ความคิดอย่างนั้นมันเป็น เหตุให้เกิดความทุกข์ เป็นอุปาทาน คือสร้างตัวยึดถือ ความยึดถือนั้น เป็นตัวอุปาทาน ไม่ว่าเราจะไปยึดถืออะไร สิ่งนั้นมันก็จะทำให้เราเกิดความ ทุกข์ขึ้นมา เช่น ยึดถือในเรื่องปัจจัยเงินทองว่าเป็น “ของฉัน” มันก็ เป็นทุกข์เพราะเงินนั้น รถของฉัน บ้านของฉัน อะไรของฉันมีมากมาย หลายเรื่องหลายอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวนั้น ถ้าเราเข้าไปยึดมั่นถือมั่นว่า เป็น “ตัวฉัน” เป็น “ของฉัน” ขึ้นมา ไอ้ตัวยึดถือนั่นแหละ มันเป็น ตัวทุกข์ขึ้นมา เพราะสำคัญว่า “ตัวกู-ของกู” จึงเป็นทุกข์ เพราะเกิดความยึดถือว่าเป็นตัวฉัน เป็นของฉัน แล้วก็เกิดความหวงแหนในสิ่งนั้น ไม่อยากให้สิ่งนั้นเป็นอย่างอื่น อยากให้เป็นของเราเสียตลอดเวลา ถ้ามันเป็นอื่นไปเราก็เป็นทุกข์ เพราะเรายึดว่าเป็นของฉัน มันก็เกิดความทุกข์ 12 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เคล็ดของความทุกข์มันอยู่ตรงนี้อยู่ตรงที่เราเข้าไปยึดมั่น ถือมั่นในเรื่องนั้นๆ ให้สังเกตดูให้ดีสังเกตที่ใจของเรา นี่แหละคือความยึดถือ ที่พระท่านสอนว่า... รูปูปาทานักขันโธ - รูปที่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวทุกข์ถ้า รูปเฉยๆ มันก็ไม่เป็นทุกข์แก่เรา แต่มันเป็นทุกข์ตามสภาพของมัน หมายความว่ามันทนอยู่ไม่ได้ในสภาพอย่างเดียว มันต้องเปลี่ยนไป เพราะสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลง มีความทุกข์โดยสภาพ ไม่มีอะไรที่เป็นเนื้อแท้ในตัวของมันเอง นั่นมันคือรูป เรื่องธรรมชาติ มันเป็นอย่างนั้น เข็มเล่มเดียว ถ้าของฉันมันก็ทุกข์ ถ้าอะไรไม่ใช่ของเรา เราก็ไม่มีความทุกข์ความเดือดร้อนอะไร หรือเราไม่ได้ยึดถือว่าเป็นของเรา มันจะแตก มันจะหัก มันจะเป็นอะไรไปเราก็เฉยๆ เพราะมันไม่ใช่ของเรา แต่ถ้าหากว่าเป็น “ของเรา” ขึ้นมา เข็มเล่มหนึ่งเราก็ยังเป็นทุกข์เพราะเข็มเล่มนั้น เพราะว่าเข็มเล่มนั้นเป็น “ของฉัน” เป็น “ของเรา” ขึ้นมา บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 13 แต่ว่าคนเรามักจะหลงผิด เข้าใจผิดในเรื่องต่างๆ ไม่ได้คิดใน แง่ว่ามันไม่เที่ยง ไม่ได้คิดในแง่ว่ามันเป็นทุกข์ ไม่ได้คิดในแง่ว่ามัน เป็นอนัตตา แต่เราคิดว่ามันเที่ยง มันเป็นสุข มันเป็นตัวตน เป็น สัตว์ เป็นบุคคลขึ้นมา แล้วเข้าไปยึดถือในสิ่งที่เป็นนั้น แล้วก็มีของอื่น เข้ามาประกอบ ทำให้ความยึดถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลงยึดติด จิตเป็นทุกข์ ถ้าเรามีเพียงอย่างเดียวมันก็ยึดถือน้อย ถ้ามีมากความยึดถือมันก็มากขึ้นตลอดเวลา นี่บ้านของฉัน รถ เฮลิคอปเตอร์ของฉัน ของเอ็งมีอะไร ของฉันมีแค่นี้ แต่ก็มีความสุข เด็กเกิดใหม่ๆ นี่คงจะไม่ มีความยึดถืออะไร ให้สังเกตดู เด็กตัวน้อยๆ เราจะเห็นว่าเขา ไม่ได้ยึดถืออะไร ยังไม่มีความ ยึดมั่นในจิตใจ ยังไม่มีความรู้สึก อะไรมากนัก มีความต้องการก็น้อย คือต้องการนม พอดื่มนมเสร็จ แล้วก็หลับไปเท่านั้นเอง หลับ แล้วก็ตื่นขึ้น ถ้าไม่หิวมันก็นอน เฉยๆ มันไม่ทำอะไร เฉยๆ ใคร จะเข้ามาทำอะไรก็ไม่มีอะไร นั่น คือสภาพเด็กอ่อน 14 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เราหัดทำตนเป็นเด็กอ่อนทางจิตใจเสียบ้างก็จะสบาย เด็ก ได้เปรียบผู้ใหญ่เพราะเด็กไม่มีความยึดมั่นในเรื่องอะไรต่างๆ เด็กมัน ยังไม่ฉลาดในการที่จะยึด แต่ว่าเรานี่ฉลาดในการที่จะยึด แต่เป็น ความฉลาดที่ไม่ได้เรื่อง เพราะฉลาดในการที่จะยึดจะแบกเอามาไว้ เป็นของตัวโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เราหนักใจ ทำให้เราเกิดความ ทุกข์ทางใจ เราไม่เข้าใจ เราก็เข้าไปยึดสิ่งนั้นไว้สำคัญว่าสิ่งนั้นเป็น ของเราตลอดเวลา ไม่รู้จักปล่อย ไม่รู้จักวางในสิ่งเหล่านั้น เราก็แบก หนักอยู่เรื่อยไป เหมือนกับคำที่พระท่านว่า ฝึกจิตให้เหมือนเด็กอ่อน “ภาราหะเว ปัญจักขันธา ขันธ์ห้า เป็นภาระอันหนักเน้อ” หมายความว่า หนักเพราะเข้าไปแบก ถ้าเราไม่ไปแบก มันก็ไม่หนักอะไร มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ของมันอย่างนั้น จิตเบาจนลอยได้ เลยเหรอนี่ ค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ คิด คราคิดติดขัด หยุดพักสักนิด ทำจิตให้สงบ จักพบทางออก อ่านแล้วคิด คิดให้เข้าใจ เข้าใจแล้วลงมือทำ ทำด้วยสติสัมปชัญญะ ทำวันนี้ เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ อย่ารอช้า อย่าผัดวัน อย่าประมาท คิดเร็ว สุขเร็ว ทำช้า ทุกข์มาก ทุกข์ยาวนาน บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 15
ศัพท์ธรรมะเรียก “อุปาทาน” ถ้าแปลเป็นภาษาไทยว่า “ยึดมั่นถือมั่น” หรือท่านใช้ศัพท์อีกคำหนึ่งว่า “อภินิเวส” เช่นใน พระพุทธภาษิตที่ว่า “สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ” อภินิเวสายะ ก็หมายถึงว่าการยึดมั่นถือมั่น เหมือนกัน กับตัวอุปาทานนั่นแหละ แต่ว่าใช้อีกศัพท์หนึ่งว่า อภินิเวสายะ แปลว่า เข้าไปยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นตัวฉัน เป็นของฉัน ขึ้นมา เมื่อเราเข้าไปยึดสิ่งใดว่าเป็นตัวเรา เป็นของเรา เป็นตัวฉัน เป็นของฉัน จิตก็เป็นทุกข์ทันที เป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น ก้อนหิน ก้อนใหญ่แค่ไหนก็ไม่หนัก ถ้าเราไม่ไปแบก ยึดมั่นขันธ์ห้า นำมาซึ่งทุกข์ ขันธ์ห้ามันเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป ตามวิถีทางของธรรมชาติ ถ้าเราไม่เข้าไปยึด มันก็เป็นของมันอย่างนั้น เราไม่ต้องเป็นทุกข์กับสิ่งเหล่านั้น แต่เมื่อใดเราไปยึดถือว่าสิ่งนี้เป็น “ของฉัน” ขึ้นมา เราก็เป็นทุกข์เพราะความยึดถือนั้นด้วยตัวอุปาทาน 16 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) อันนี้เป็นเคล็ดที่เราควรจะรู้ไว้ในใจ แล้วก็จะได้ไปแก้ปัญหา ชีวิตของเราได้เวลาใดที่เราเป็นทุกข์เพราะอะไร เราก็ต้องพิจารณาว่า ที่ได้เกิดความทุกข์นี่เพราะอะไร เพราะเราไปยึดถือว่าเป็นของเรา นั่นเอง เป็นของฉัน ทรัพย์ของฉัน สามีของฉัน ภรรยาของฉัน บ้าน ของฉัน รถของฉัน รวมไปถึงประเทศของฉัน มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าใครไปยึดถืออย่างนั้นความทุกข์มันก็เพิ่มขึ้น ยึดถือของน้อย ทุกข์ มันก็มีปริมาณน้อยหน่อย ใหญ่มันก็มีปริมาณมาก ยึดมากก็ทุกข์มาก ยึดน้อยก็ทุกข์น้อย แต่ถ้าเราไม่ยึดเสียเลย... ไม่ยึด ไม่ทุกข์ การไม่ยึดก็คือปัญญา มีปัญญารู้เท่ารู้ทันในสิ่งนั้น ตามสภาพที่เป็นจริง คือรู้ว่าอะไรๆ มันก็มีแต่เพียง ๓ เรื่องเท่านั้น คือ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป สภาพมันเป็นเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลา เราอย่าไปจับเอาตอนใดตอนหนึ่งของสิ่งนั้น ว่าเป็นตัวเรา เป็นของเรา เราก็ไม่ต้องมีปัญหา ไม่ต้องมีความทุกข์ เพราะเรื่องอย่างนั้น บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 17 ทีนี้คนเราไม่รู้จักใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจ ว่า ธรรมชาติแท้จริงของสิ่งเหล่านั้นมันเป็นอย่างไร เราไม่ได้คิดให้เกิด ปัญญา ให้เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้ง พออะไรเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เราก็ต้องเป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น บางทีทุกข์ขนาดหนัก ทุกข์จนกระทั่ง ว่าจะกินไม่ได้จะนอนไม่หลับเอาเลยทีเดียว แล้วถ้าทุกข์มากๆ เข้า สภาพจิตก็จะเปลี่ยนแปลงไป คือจะเป็นโรคทางจิต หรือเป็นโรคทาง ประสาท อาการทางร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ไม่รู้จักใช้ปัญญา ปัญหาจึงเกิด สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเราไม่เข้าใจ ในเรื่องทั้งหลายตามสภาพที่เป็นจริง ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมาก็พูดว่า “เราโง่” นั่นเอง ไม่ใช่เรื่องอะไร เราโง่... พอเราโง่แล้วเราก็เข้าไปหาเรื่องที่มันเป็นทุกข์ตลอดเวลา ถ้าเรามีความฉลาด เราก็ต้องคิดในแง่ที่จะไม่ทำให้เราเป็นทุกข์ มีการคิดที่จะไม่ให้เป็นทุกข์ก็ได้ คิดให้เป็นทุกข์ก็ได้เหมือนกัน จะเปิดยังไงดีหนอ... 18 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ทีนี้เราจะเดินทางไหน เดินทางที่จะคิดให้เป็นทุกข์หรือว่า เดินทางที่เราคิดแล้วไม่มีความทุกข์ ญาติโยมลองนึกดู นึกดูด้วย ปัญญาของตัวเอง ถ้าเรานึกดูด้วยปัญญาของเราเองแล้ว เราก็จะเห็นว่า...เอ! คิดแล้วไม่ให้เป็นทุกข์นี่มันดีแต่คิดแล้วให้เป็นทุกข์มันไม่ดีเราก็มอง เห็น แต่มองเห็นแล้วทำไมเราไปคิดให้เป็นทุกข์อีก ทำไมไม่มาคิด ในทางที่จะไม่ให้เกิดความทุกข์ขึ้นในจิตใจของเรา ทำไมเราไม่คิด อย่างนั้น ความเคยชินนั่นเอง เพราะว่าตั้งแต่เกิดมานี่เราเรียนรู้แต่ เรื่องให้ยึดทั้งนั้น เขาสอนให้เรายึดถือทั้งนั้น คิดดีไม่มีทุกข์ คิดไม่ดีมีทุกข์ ถ้าเราคิดให้เป็นทุกข์ ก็คิดด้วยความโง่ความเขลา แต่ถ้าเราคิดให้ไม่เป็นทุกข์ ก็หมายความว่าเราคิดด้วยปัญญา มันมีทางอยู่ตั้ง ๒ ทาง ที่จะให้เราเดิน บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 19 ตั้งแต่เป็นเด็กพอรู้เดียงสาเขาก็บอกให้เรารู้ว่า “อันนี้ของหนู ไอ้นี่ของหนู ไอ้นั่นของหนู” ให้ยึดถือเรื่อยมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก เรา สอนอย่างนั้นให้เด็กยึดถืออย่างนั้น ไม่ได้สอนให้ปล่อยให้วาง แต่ว่า เด็กมันก็รับไว้อย่างนั้น จนกระทั่งเติบโตขึ้นเป็นเด็กอนุบาลเป็นเด็ก ประถมมัธยมอะไร มันมีคำคู่กันอยู่เรียกว่า “ความยึดมั่นถือมั่น” มาจากคำว่า “อุปาทาน” หรือ “อภินิเวสายะ” อีกคำหนึ่งเรียกว่า “สมาทาน” เช่น เราสมาทานศีล ก็หมายความว่ารับเอาข้อปฏิบัติไปใช้ในชีวิตของเรา นั่นมันไม่ทำให้เกิดความยึดถือ...เป็นทุกข์ ความยึดมั่น ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ในโรงเรียนในการสอนต่างๆ นั้น ก็สอนให้“ยึด” ทั้งนั้น ให้รักชาติให้รักประเทศ อะไรอย่างนี้ สอนให้รัก ก็คือ ให้ยึดถือในชาติของตัว ในประเทศของตัว แล้วก็ในพระศาสนา นี่ก็สอนให้ยึดถือ คือไม่ได้สอนให้“สมาทาน” เอาไปปฏิบัติ ตุ๊กตาของหนู นี่ตุ๊กตาของหนูอย่าให้หายล่ะ
20 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ถ้าเราสมาทานด้วยปัญญาเราก็ไม่เป็นทุกข์อะไร เอาไปใช้ให้ เกิดความเจริญทางด้านจิตใจ เช่น เราสมาทานศีล ๕ เราก็ระวังใจ ของเราไม่ให้มีเจตนาที่จะไปฆ่าใคร ทำร้ายใคร ไปลักของใคร ไปประพฤติผิดในทางกามกับใครๆ ไม่พูดโกหก คำหยาบ คำเหลวไหล ไม่เสพสิ่งเสพติดมึนเมา รักษาสภาพใจไว้อย่างนั้น เรียกว่าเราสมา- ทานศีลอยู่ ปฏิบัติศีลอยู่ ไม่ได้เกิดความทุกข์อะไร ไม่ได้ทำใจให้เป็น ทุกข์เพราะการสมาทานอย่างนั้น เราสมาทานในเรื่องที่จะทำสมาธิหมายความว่า อธิษฐานใจ ให้เกิดความมั่นคงทางใจว่าเราจะฝึกสมาธิชั่วเวลาเท่านั้นเวลาเท่านี้ เช่น จะนั่งทำใจให้สงบเป็นเวลา ๑๐ นาที๒๐ นาทีหรือ ๑ ชั่วโมง อย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นการสมาทานเพื่อให้เกิดอาการเช่นนั้นขึ้นมาในใจ ไม่เรียกว่าเป็นการยึดมั่นถือมั่น หรือไม่เรียกว่าเป็นตัวอุปาทาน มันเป็นความตั้งใจที่จะทำในสิ่งถูกต้อง สภาพจิตเราจะไม่เป็นทุกข์อะไร ปฏิบัติธรรมด้วยปัญญา ไม่พาให้เกิดทุกข์ เมื่อเช้าผมเผลอ เหยียบมดตายครับหลวงตา ผมผิดศีลข้อ ๑ แล้ว ใช่ไหมครับ เธอไม่มีเจตนาไม่ใช่หรือ เธอจงรักษาศีลนะ อย่ายึดติด บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 21 แต่ถ้าเราไปทำอาการยึดมั่นถือมั่นขึ้นมาก็เกิดเป็นปัญหา เช่น นับถือศาสนานี่ ก็เรียกว่านับถือเพื่อนำมาใช้เป็นระเบียบสำหรับปฏิบัติ ในชีวิตประจำวันของเรา แต่ถ้าเราไปยึดมั่นถือมั่นในตัวศาสนา อะไร นิดอะไรหน่อยกระทบไม่ได้เกิดความขัดแย้งกันรุนแรงในระหว่าง ศาสนา ดังที่เราเห็นข่าวบ่อยๆ ในความขัดแย้งต่างๆ ในเรื่องศาสนา นั่นก็เป็นความยึดมั่นไป จึงเกิดการกระทำที่เราเห็นว่าเขาทำลายเรา อะไรบ้างต่างๆ นานา ความจริงเขาทำลายไม่ได้ตัวธรรมะหรือตัวคำสอนที่แท้จริง นั้นไม่มีใครจะทำลายได้มันอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ไม่มีอะไรมา ทำลาย เหมือนในสมัยหนึ่งที่เขาโฆษณาว่า “คอมมิวนิสต์มา ศาสนา หมด” เขาว่าอย่างนั้นคนก็กลัวกัน กลัวว่าคอมมิวนิสต์มา ศาสนา จะหมด ความจริงนั้นก็หมดไปไม่ได้ ธรรมะจะหมดจากใจ หากไม่นำมาปฏิบัติ ธรรมะมันของอยู่คู่โลก มันไม่หมดไป ถ้าตราบใดยังมีคน “สมาทาน” คือเอามาปฏิบัติอยู่ ศาสนาก็ไม่หมดไปจากจิตใจคน คอมมิวนิสต์ไม่มา แต่ถ้าเราไม่สมาทาน คือไม่เอาธรรมะมาปฏิบัติ ธรรมะมันก็จะหมดไปจากใจเรา แต่มันก็อยู่กับโลก 22 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ธรรมะยังอยู่กับโลก แต่เราไม่ได้เอามาใช้เหมือนกับแร่ธาตุ ต่างๆ ที่อยู่ใต้ดินนั่นแหละ มันก็อยู่อย่างนั้น แก๊สในอ่าวไทยมันก็อยู่ มานานแล้ว น้ำมันมันก็มีอยู่อย่างนั้น แร่ดีบุก...ทองเหลือง...สังกะสี... ทองคำ...เพชรนิลจินดา...สิ่งทั้งหลายทั้งปวงมันก็มีอยู่ในโลก อยู่ใต้พื้น พสุธาที่เราอาศัย แต่ว่าเราไม่ได้ไปขุดเอามาใช้มันก็จมดินจมทรายอยู่ อย่างนั้น เมื่อใดมีคนฉลาดมารู้เข้าด้วยการพิสูจน์ตามแง่ของ วิทยาศาสตร์หรือทางธรณีวิทยา เขาก็รู้ว่าตรงนี้มีสิ่งนั้นมีสิ่งนี้กรม ทรัพยากรธรณีนี่เขารู้หมด รู้ว่าในประเทศไทยมีอะไรบ้าง เขารู้แล้ว แต่ว่าไม่มีทุนจะทำ ไม่มีคนที่สามารถจะไปทำ ก็เลยอุบไว้ก่อนไม่พูด ไม่จา แต่เมื่อมีคนฉลาดมีความสามารถมีเงินทองพอจะใช้ได้มาขอ อนุญาตทำ เขาก็ให้ทำ เจาะไปเจาะมาก็เจอเข้า ได้สิ่งนั้นมาใช้สิ่งนั้น มันอยู่ในโลก ธรรมะ ไม่นำมาใช้ก็ไร้ประโยชน์ ธรรมะนี่ก็เหมือนกัน มีอยู่เป็นอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่ได้สมาทาน คือไม่ได้เอามาปฏิบัติ ธรรมะนั้นก็อยู่แต่ลำพัง ธรรมะยังไม่เกิดประโยชน์แก่ใคร เมื่อใดเราสมาทานธรรมะ เราปฏิบัติธรรมะ ธรรมะก็คุ้มครองเรา รักษาเราให้มีความสุขความเจริญขึ้น ร่วมสร้างสายใยสัมพันธ์รักแห่งครอบครัวให้อบอุ่น ด้วยการมอบหนังสือเล่มนี้ให้คนที่รัก โรงเรียน ห้องสมุด เยาวชน สานสุขให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 23 ให้เข้าใจความหมายของคำเหล่านี้เสียด้วยว่า “สมาทาน” นั้น คือการยอมปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่อทำตนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ทางใจ ส่วน “ความยึดมั่นถือมั่น” นั้นเป็นการยึดไว้ด้วยความไม่เข้าใจ ทำให้เกิดความทุกข์คล้ายกับคนไปกอดเสาไว้เอามือประสานกอด เสาไว้แล้วก็พูดว่า “เอาออกอย่างไร...เอาออกอย่างไร” มันไม่รู้จะเอา ออกอย่างไร มันกอดไว้อย่างเดียว ความจริงเอาออกมันก็ง่ายนิดเดียว ไม่ยากอะไร แต่ว่าเอาออกไม่ได้มันคล้ายอย่างนั้น แม้เราจะรู้เช่น อ่านธรรมะ...รู้ฟังเทปธรรมะ...ก็รู้มาฟัง เทศน์พระสอนในวันอาทิตย์...ก็รู้ แต่ว่าพอกลับไปถึงบ้านถึงเรือน จิต มันก็กลับไปสู่ภาวะเดิม เพราะเราเคยคิดในรูปอย่างนั้น เคยนึกในเรื่อง อย่างนั้นอยู่ตลอดเวลา วิตกกังวลไปด้วยเรื่องอะไรต่างๆ มากมาย ก่ายกองในชีวิตของเรา สิ่งใดเกี่ยวข้องในชีวิตเราก็นึกไปไกล นึกไปว่ากลัวจะเป็นอย่างนั้นกลัวจะเป็นอย่างนี้ อะไรต่างๆ มันก็เกิดเป็นปัญหา ทำให้เรา เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนใจ ไม่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็ติดอยู่กับทุกข์ คนเราที่ยึดถืออะไรแล้วมันก็ยึดอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวให้เป็นอย่างอื่น คิดแต่ในเรื่องที่จะให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา 24 เคล็ดลับดับทุกข์
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ทางแก้มันก็คือว่าเราหัดปล่อยหัดวางเสียบ้าง อย่าไปยึดมั่น ถือมั่นมากเกินไป แต่ว่าก็ควรจะพยายามพูดจากันทำความเข้าใจกัน เช่น คนอยู่ด้วยกันนี้บางทีมันก็เกิดปัญหา ในครอบครัวสามีภรรยาอยู่ ด้วยกัน มีความยึดถือเหมือนกัน สามีก็ยึดถือว่า “ภรรยาของฉัน” ภรรยาก็ยึดถือว่า “สามีของฉัน” เมื่อเกิดเป็นปัญหา ฝ่ายหนึ่งสร้างปัญหาอีกฝ่ายหนึ่งจะคิด อย่างไร ถ้าเราเป็นนักธรรมะเราก็คิดก็พูดจากันบ้าง ทำความเข้าใจกัน แต่ว่าพูดกันด้วยใจเย็นๆ อย่าพูดด้วยอารมณ์อย่าพูดด้วยความร้อนใจ เพราะถ้าพูดด้วยอารมณ์ด้วยความร้อนใจ อีกฝ่ายหนึ่งมันก็เกิด อารมณ์เหมือนกัน เกิดความร้อนขึ้นเหมือนกัน อยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจ จะไม่เป็นทุกข์ ถ้าทุกฝ่ายประพฤติธรรม มันก็ไม่มีเรื่องอะไร คือถ้าเอาธรรมเข้ามาใช้แล้ว เรื่องมันหมดไปเท่านั้นเอง มันไม่มีปัญหาอะไร ไอ้ที่เกิดปัญหานี่เพราะว่าเราไม่ใช้ธรรมะ ไม่เอาธรรมะมาประสานจิตใจของผู้ที่อยู่ร่วมกัน ให้เกิดเป็นใจเดียวกัน ใจเหมือนกัน ไม่ได้ทำอย่างนั้น ไม่เอาธรรมะมาใช้ เลยเกิดเป็นปัญหาขึ้นมา บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 25 ร้อนกับร้อนมากระทบกัน เหมือนหินกับเหล็กเอามาตีกันเข้า มันก็เกิดเป็นประกายไฟ เอาปุยอะไรวางเข้าไปตรงนั้น มันก็ติดขึ้นมา เอาไปใช้ติดอะไรก็ได้เหมือนกัน เหมือนคนสมัยก่อนเขาไม่มีไม้ขีดไฟ เขาใช้เหล็กไฟ ภาษาเดิมเขาเรียกว่า “เหล็กไฟ” เพราะมีเหล็กอันหนึ่ง ชิ้นยาวแค่นี้เป็นเหล็กกล้าอย่างดีแล้วไปหาหินตามภูเขามา รูปเหลี่ยม อะไรก็ตาม เอามาถึงก็เอาปุยเต่าร้างนี่ เต่าร้างมันมีขุยเป็นปุย เอามา ชุบดินประสิวนิดหน่อย แล้วเอามาจับไว้แล้วก็ตีๆ เกิดเป็นประกาย เมื่อเกิดเป็นประกายก็ติดไฟปุยนั้น แล้วก็เอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ เพราะต่างคนต่างสะสมแต่กิเลสไว้ในเนื้อในตัวมากมาย ไม่ได้ สะสมธรรมะ ไม่ได้เป็นคนของพระ แต่ว่าเป็นคนของกิเลสมา ตลอดเวลา พอพูดอะไรขึ้นก็ไม่ยอมรับ คือไม่เอาตัวจริงมารับ แต่เอา ตัวปลอมออกรับ ตัวปลอมนั้นก็คือ “ความเห็นแก่ตัว” นั่นเอง พูดกันด้วยความโกรธ ก่อให้เกิดโทษมหันต์ เหล็กกับหินมันกระทบกันทำให้เกิดไฟ ฉันใด จิตใจคนเรานี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราพูดกันด้วยอารมณ์มันก็เกิดกิเลส 26 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ความรู้สึกนึกคิดที่เป็นเรื่องเข้าข้างตัว เรียกว่าเป็นความเห็น แก่ตัว เมื่อมีความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นก็ไม่ยอม ไม่ยอมที่จะฟัง ไม่ยอมที่ จะรับคำพูดนั้น ดันทุรังไปคนเดียว แล้วบางทีก็พูดว่า
 “เฮ้ย ! มันเรื่อง ของฉันนะ เธอไม่เกี่ยว” อย่างนี้มันก็ไม่ถูกต้อง มันก็ต้องเกี่ยวกัน ครอบครัวนี่ต้องช่วยกัน แม่บ้านทำไม่ดีพ่อบ้านก็ต้องรับผิด ชอบ พ่อบ้านทำไม่ดีแม่บ้านต้องรับผิดชอบ มันหนักอยู่ที่คนในบ้าน ไอ้คนอื่นนั้นเขาสบาย เขาเอาแต่ประโยชน์ของเขา ได้แล้วเขาก็ปร๋อไป ปร๋อมา เวลามีปัญหาเขาก็ไม่มาช่วยไม่มารับภาระอะไร ภาระมันอยู่ กับคนในบ้าน สุขและทุกข์ เกี่ยวพันกันเสมอ คนเราอยู่ด้วยกันความสุขเนื่องถึงกัน ความทุกข์เนื่องถึงกัน มันก็ต้องเกี่ยวกัน เพราะว่าเวลามีปัญหา ใครจะมาช่วย คนอื่นที่ไหนใครเขาจะมาช่วย ก็มันเป็นความหนักอยู่ที่ในครอบครัว แบบนี้เขาเรียกว่า เมาสุนัขไม่รับประทาน อีนางเอ้ย...ผัวเอ็ง เมาหัวราน้ำอยู่โน่น เฮ้อ...อีกแล้วหรอ เหนื่อยใจจริงๆ บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 27 เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจกัน คือ พูดกัน ด้วยใจเย็นใจสงบ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส แล้วก็พูดกันด้วยอารมณ์ที่ แจ่มใสนั้น อย่าให้เกิดความขุ่นมัวเศร้าหมองใจ เมื่อเห็นอกเห็นใจกันเพราะอยู่กันมานาน มีลูกมีเต้ามีอะไร เป็นหลักเป็นฐาน ก็ควรจะระงับยับยั้งควบคุมตัวเองให้เกิดความคิด นึกในทางที่ถูกที่ชอบ เปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตจิตใจเข้าหาสิ่งถูกต้อง โดยถือหลักประจำใจว่า

 “เราจะอยู่โดยไม่สร้างปัญหาให้แก่ใครๆ” เช่น อยู่ในครอบครัว อยู่โดยไม่สร้างปัญหาให้แก่ครอบครัว อยู่โดยไม่ สร้างปัญหาแก่สังคมหรือไม่สร้างปัญหาอะไรให้เกิดขึ้นในวงงานวงการ ที่เราเข้าไปปฏิบัติเกี่ยวข้องกันอยู่ รับฟังด้วยดี ย่อมมีทางออก คนหนึ่งพูด อีกคนหนึ่งก็ต้องรับฟัง รับฟังด้วยจิตใจที่สงบ ระวังอย่าให้เกิดกิเลส อย่าให้เกิดความโกรธ อย่าให้เกิดความหลง อย่าให้เกิดความสำคัญผิดว่าฉันเป็นอย่างนั้น ฉันเป็นอย่างนี้ ไม่ให้มีความรู้สึกอย่างนั้น ทำใจให้ว่าง ยอมรับฟังด้วยดีในคำที่เขาปรารภออกมา แล้วก็มองดูตัวเรา ว่าตัวเรามีความผิด มีความบกพร่อง มีการสร้างปัญหาขึ้นอย่างไร 28 เคล็ดลับดับทุกข์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ถ้าเราคิดอย่างนั้น เรื่องมันก็พอจะเบาลงไปได้ไม่มีอะไรที่จะ ทำให้เกิดความหนักอกหนักใจ แต่เรื่องมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะว่า เราไม่ได้เอาธรรมะไปใช้ในชีวิตจริงๆ แม้จะได้มาฟังธรรมอยู่ในวัน อาทิตย์หรือได้อ่านหนังสือธรรมะอยู่บ้าง ก็เพียงแต่สักว่าฟัง เพียงสัก ว่าอ่าน แต่ว่าไม่ได้เอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน แบบที่เรียกว่า เข้าหูซ้าย ออกหูขวา เข้าหูขวาออกหูซ้าย ฟังเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นไป จิตใจก็กลับไป สู่ภาวะเดิมต่อไป ยังไม่ได้ผลคุ้มค่าจากการเรียนการอ่านธรรมะอย่าง แท้จริง ใช้ธรรมะเพื่อชนะธรรมชาติฝ่ายต่ำ เราจะเรียนเพียงเท่านั้นไม่ได้ ต้องให้มันเกิดการปฏิบัติ คือเอาไปใช้เอาไปคิดพิจารณา เพื่อให้เกิดปัญญาขึ้นในตัวเรา แล้วเอาชนะธรรมชาติฝ่ายต่ำที่เกิดขึ้นรบกวนจิตใจ ทำให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนใจ ไปด้วยประการต่างๆ นั้น อย่าให้ใครๆ ต้องเป็นทุกข์ มีปัญญา ตามขึ้นมา หรือเปล่า แล้วเจ้าจะอยู่ บนนั้นได้ตลอด หรือเปล่าล่ะ อ่านให้รู้ รู้แล้วลงมือทำ ทำ ทำ ทำ เท่านั้น จึงจะเป็นสุข สุข ทุกข์ อยู่ที่ใจ ใจใคร ใจเขา อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ที่พึ่งของตนที่ดีที่สุด คือ ความดี คิดดี ทำดี พูดดี สิ่งดีๆ จะตามมา พาพ้นทุกข์ สุขทุกขณะ สาธุ สาธุ สาธุ
บริษัท สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำกัด 29 อยู่เพื่อไม่ให้ใครเป็นทุกข์ ในวงแคบก็คือในครอบครัว เรา มีชีวิตเป็นอยู่โดยไม่ได้ทำให้ใครเป็นทุกข์แม่บ้านไม่อยู่เพื่อให้พ่อบ้าน เป็นทุกข์ พ่อบ้านไม่อยู่เพื่อให้แม่บ้านเป็นทุกข์ พ่อแม่ไม่อยู่เพื่อให้ลูก ทุกคนเป็นทุกข์ลูกก็เหมือนกันจะไม่ทำอะไรให้พ่อแม่เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนใจ อะไรที่เราทำแล้วคุณแม่ไม่สบายใจ คุณพ่อไม่สบาย ใจ การกระทำนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือว่าเราอยู่กับเพื่อนก็ต้องไม่ทำอะไรให้เพื่อนเกิดเดือดเนื้อ ร้อนใจ ไม่ให้เพื่อนต้องเป็นทุกข์ในเรื่องนั้นๆ เห็นว่าเพื่อนจะทำอะไร ผิดพลาดเสียหาย เราก็คอยแนะนำชี้แจงให้เพื่อนเกิดความสำนึกรู้สึก ผิดชอบชั่วดีแล้วจะเปลี่ยนสภาพชีวิตให้เข้าหาตัวสัมมาทิฏฐิคือ ความเห็นชอบ แล้วมีการคิดชอบ พูดชอบ ทำชอบ ทำการงานชอบ ดำรงชีวิตชอบต่อไป เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ถ้าเราคิดเราทำ อย่างนั้นอยู่สม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน ความคิดร้ายๆ มันก็ผ่อนคลาย ลงไป เบาไปจากจิตใจของเรา เราจะเรียนเพียงเท่านั้นไม่ได้ ต้องให้มันเกิดการปฏิบัติ คือเอาไปใช้เอาไปคิดพิจารณา เพื่อให้เกิดปัญญาขึ้นในตัวเรา แล้วเอาชนะธรรมชาติฝ่ายต่ำที่เกิดขึ้นรบกวนจิตใจ ทำให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนใจ ไปด้วยประการต่างๆ นั้น อย่าให้ใครๆ ต้องเป็นทุกข์ เกิดเป็นคน อย่าทำตนให้คนอื่นเป็นทุกข์ คนเราทำอะไรนี่อย่าเห็นแก่ตัว แต่ต้องเห็นแก่ประโยชน์ผู้อื่น อุดมการณ์ของพระพุทธเจ้านั้นสอนให้เรา “อยู่เพื่อไม่ให้ใครเป็นทุกข์” 30 เคล็ดลับดับทุกข์
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เราก็ต้องสังเกตอีกเหมือนกัน คือสังเกตว่าตั้งแต่เราเข้าวัด ฟังธรรม หรือว่าเข้าใกล้พระมาเป็นเวลานานเท่าใดแล้ว สิ่งต่างๆ ใน ชีวิตของเรานั้นมันเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงทาง จิตใจก็เรียกว่าเข้าวัดอย่างไม่ได้ผล เข้าวัดอย่างไม่ถึงวัด เห็นพระแต่ ไม่ได้เห็นพระ ไม่ได้เอาพระไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้เอาพระไปอยู่ ที่บ้านไปอยู่ที่ใจของเราด้วย มาเห็นที่วัดแต่เห็นไม่ชัด เห็นแบบคนแก่ ตามืดตามัว มองอะไรไม่ชัดเจน แล้วก็ไม่ได้เอาไปใช้ในชีวิตจิตใจ สิ่ง นั้นจึงยังไม่เกิดประโยชน์ พระศาสนาหรือธรรมะของศาสนาจะไม่เกิดประโยชน์ถ้าเรา ไม่เอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องเอาไปใช้ใช้เป็น เครื่องมือพิจารณาตัวเราเองก่อนว่าเรานี้มีความเป็นอยู่ที่บกพร่อง อะไรบ้าง
โดยปกติ...ขออภัย... อยากจะพูดว่า เข้าข้างตัวเองเมื่อได เหมือนเข้าใกล้ความชั่ว คนเราส่วนมากมักจะเข้าข้างความชั่ว ที่เรียกว่า “เข้าข้างตัว” นั่นแหละ ไอ้ตัวนั่นมันไม่ใช่ตัวแท้หรอก เป็นตัวของความชั่ว แล้วเราทำอะไรอยู่ เราก็เข้าข้างสิ่งนั้น ไม่ค่อยจะยอมเปลี่ยนแปลง